5 วิธียกระดับการประหยัดไฟในโรงงานด้วย IIoT
5 วิธียกระดับการประหยัดไฟในโรงงานด้วย IIoT

เขียนโดย : นายจักร์ชัย เตชะสาย
Marketing Engineer
สวัสดีครับทุกท่าน จากที่ต้นทุนค่าไฟเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่กระทบผลกำไรของภาคอุตสาหกรรม การพึ่งพาวิธีประหยัดพลังงานแบบเดิมๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป การออกแบบระบบพลังงานและ IIoT (Industrial Internet of Things) ของโรงงาน เป็นกุญแจสำคัญที่จะพลิกโฉมโรงงานของคุณคือ "การมองเห็นข้อมูลที่ซ่อนอยู่" และเปลี่ยนมันเป็นการกระทำแบบอัตโนมัติ การผสานรวมฮาร์ดแวร์ที่แม่นยำสูงเข้ากับซอฟต์แวร์วิเคราะห์อัจฉริยะ คือหัวใจสำคัญของการทำ Energy Management System (EMS) ในระดับ IIoT และนี่คือบทความ 5 วิธียกระดับการประหยัดไฟในโรงงานด้วย IIoT โดยใช้จุดแข็งของเทคโนโลยีชั้นนำของ Siemens และ Carlo Gavazzi ,Theben ครับ

1. ติดมิเตอร์แยกตู้ (Sub-Metering) เลิกเดาว่าไฟรั่วไปไหน
ปกติโรงงานจะดูแค่บิลค่าไฟรวมตอนสิ้นเดือน ซึ่งมันบอกไม่ได้ว่าแผนกไหนใช้ไฟเปลือง วิธีแก้คือติด Power Meter ของ Carlo Gavazzi (เช่น EM หรือ WM) แยกตามตู้ MDB หรือตู้คอนโทรลของแต่ละไลน์ผลิตเลย
• ประโยชน์: เราจะเห็นหน้าจอ (Dashboard) บนมือถือหรือคอมฯ ทันทีว่า ไลน์ A กินกระแส (Amp) เท่าไหร่ ค่า Power Factor (PF) ตกไหม ถ้า PF ตกจะได้รีบสับ Cap Bank ช่วยทัน ไม่ต้องโดนการไฟฟ้าปรับค่า Reactive Power
2. ดูเทรนด์กระแสไฟ (Amp) ป้องกันมอเตอร์พังก่อนเกิดเหตุ
เมื่อดึงข้อมูลจากมิเตอร์เข้าสู่ระบบ PLC ของ Siemens เราจะสามารถใช้ฟังก์ชันแจ้งเตือน (Alarm) ได้
• ประโยชน์: สมมติมอเตอร์สายพานตัวหนึ่ง ปกติกินกระแส 50A แต่สัปดาห์นี้ค่อยๆ ไต่ขึ้นเป็น 55A... 60A ทั้งที่โหลดเท่าเดิม นี่คือสัญญาณเตือนว่า "ลูกปืนอาจจะแตก" หรือ "จารบีแห้ง" ช่างสามารถเข้าไปซ่อมบำรุงก่อนมอเตอร์ไหม้ ช่วยลดทั้งค่าไฟจากความฝืด และป้องกันเครื่องจักรหยุดทำงาน (Downtime)
3. ตั้งคิวรันเครื่องจักร หนีค่า Peak Demand (สำคัญมาก!)
ค่าไฟโรงงานส่วนใหญ่เป็นแบบ TOU ซึ่งจะคิด "ค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด" (Peak Demand) ในช่วง On-Peak การที่พนักงานเปิดเครื่องจักรใหญ่ๆ พร้อมกันตอน 9 โมงเช้า จะทำให้กราฟค่าไฟพุ่งปรี๊ด
• ประโยชน์: ใช้ PLC ของ Siemens เขียนโปรแกรม (Interlock) ไว้เลยว่า ถ้ามอเตอร์ตัวที่ 1 (เช่น Chiller) กำลังสตาร์ท ห้ามตัวที่ 2 สตาร์ทพร้อมกัน ต้องหน่วงเวลา (Timer) รอกระแสตัวแรกนิ่งก่อน ค่อยให้ตัวที่ 2 ทำงาน วิธีนี้หั่นค่า Peak ในบิลค่าไฟได้มหาศาล
4. อุดรอยรั่วไฟแสงสว่างและแอร์ ด้วยเซนเซอร์
ไฟทางเดิน ไฟโกดัง หรือแอร์ในห้องที่คนเข้าออกไม่บ่อย มักจะถูกเปิดทิ้งไว้ ลำพังจะรอให้คนเดินไปปิดสวิตช์ก็มักจะลืม
• ระบบควบคุมแอร์ (Field-level): แทนที่จะเปิดทิ้งไว้ ลองใช้อุปกรณ์ตั้งเวลาอย่าง Timer Switch รุ่น TR 610 top3 (ตั้งเวลาดิจิทัล) หรือ SUL 184 FM (แบบอนาล็อก) มาคุมเวลาเปิดปิดแอร์ให้เป๊ะตามกะการทำงาน
• ระบบแสงสว่าง: สำหรับโกดังหรือจุดที่คนเดินผ่านไม่บ่อย ให้เสริมด้วย Motion Detector จับความเคลื่อนไหว อย่างรุ่น theLuxa S180 หรือ S360 WH สำหรับติดตั้งภายนอก และ theMova s360-100 สำหรับติดฝ้าเพดานภายใน จับความเคลื่อนไหวปุ๊บ สั่งไฟผ่านแมกเนติกคอนแทคเตอร์ให้ติดปั๊บ ไม่มีคนก็ดับไปเอง ประหยัดไฟได้ 100% ในช่วงที่ไม่มีคนอยู่
5. ทำรีพอร์ตอัตโนมัติ จบปัญหาเดินจดเลขมิเตอร์
ช่างไฟไม่ต้องเดินถือกระดาษไปจดเลขมิเตอร์ตามตู้ทุกวันศุกร์อีกต่อไป ระบบของ Siemens และ Carlo Gavazzi จะดึงข้อมูลทั้งหมดมาทำกราฟสรุปให้แบบเรียลไทม์
• ประโยชน์: ผู้บริหารเห็นปุ๊บรู้ปั๊บว่าเดือนนี้ค่าไฟต่อการผลิตสินค้า 1 ชิ้นอยู่ที่กี่บาท (Energy per Unit) ข้อมูลแม่นยำ เอาไปขอทำมาตรฐาน ISO 50001 ต่อได้เลย


สำหรับโรงงานที่ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ ยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้อีกด้วย หวังว่าข้อมูลที่กล่าวมาจะเป็นประโยขน์ ช่วยทุกท่าน ประหยัดไฟในโรงงานของตนเองได้ อย่างยั่งยืน

Tip แนะนำ
สินค้าแนะนำ
ลงทะเบียนรับข่าวสาร
กรอกอีเมลเพื่อรับข่าวสาร โปรโมชั่น และกิจกรรมต่างๆ ของเราได้ที่นี่



