5 วิธียกระดับการประหยัดไฟในโรงงานด้วย IIoT

5 วิธียกระดับการประหยัดไฟในโรงงานด้วย IIoT

27 พฤษภาคม 2569

เขียนโดย : นายจักร์ชัย เตชะสาย
Marketing Engineer



สวัสดีครับทุกท่าน จากที่ต้นทุนค่าไฟเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่กระทบผลกำไรของภาคอุตสาหกรรม การพึ่งพาวิธีประหยัดพลังงานแบบเดิมๆ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป การออกแบบระบบพลังงานและ IIoT (Industrial Internet of Things) ของโรงงาน เป็นกุญแจสำคัญที่จะพลิกโฉมโรงงานของคุณคือ "การมองเห็นข้อมูลที่ซ่อนอยู่" และเปลี่ยนมันเป็นการกระทำแบบอัตโนมัติ การผสานรวมฮาร์ดแวร์ที่แม่นยำสูงเข้ากับซอฟต์แวร์วิเคราะห์อัจฉริยะ คือหัวใจสำคัญของการทำ Energy Management System (EMS) ในระดับ IIoT และนี่คือบทความ 5 วิธียกระดับการประหยัดไฟในโรงงานด้วย IIoT โดยใช้จุดแข็งของเทคโนโลยีชั้นนำของ Siemens และ Carlo Gavazzi ,Theben ครับ


1. ติดมิเตอร์แยกตู้ (Sub-Metering) เลิกเดาว่าไฟรั่วไปไหน
ปกติโรงงานจะดูแค่บิลค่าไฟรวมตอนสิ้นเดือน ซึ่งมันบอกไม่ได้ว่าแผนกไหนใช้ไฟเปลือง วิธีแก้คือติด Power Meter ของ Carlo Gavazzi (เช่น EM หรือ WM) แยกตามตู้ MDB หรือตู้คอนโทรลของแต่ละไลน์ผลิตเลย
• ประโยชน์: เราจะเห็นหน้าจอ (Dashboard) บนมือถือหรือคอมฯ ทันทีว่า ไลน์ A กินกระแส (Amp) เท่าไหร่ ค่า Power Factor (PF) ตกไหม ถ้า PF ตกจะได้รีบสับ Cap Bank ช่วยทัน ไม่ต้องโดนการไฟฟ้าปรับค่า Reactive Power

2. ดูเทรนด์กระแสไฟ (Amp) ป้องกันมอเตอร์พังก่อนเกิดเหตุ
เมื่อดึงข้อมูลจากมิเตอร์เข้าสู่ระบบ PLC ของ Siemens เราจะสามารถใช้ฟังก์ชันแจ้งเตือน (Alarm) ได้
• ประโยชน์: สมมติมอเตอร์สายพานตัวหนึ่ง ปกติกินกระแส 50A แต่สัปดาห์นี้ค่อยๆ ไต่ขึ้นเป็น 55A... 60A ทั้งที่โหลดเท่าเดิม นี่คือสัญญาณเตือนว่า "ลูกปืนอาจจะแตก" หรือ "จารบีแห้ง" ช่างสามารถเข้าไปซ่อมบำรุงก่อนมอเตอร์ไหม้ ช่วยลดทั้งค่าไฟจากความฝืด และป้องกันเครื่องจักรหยุดทำงาน (Downtime)

3. ตั้งคิวรันเครื่องจักร หนีค่า Peak Demand (สำคัญมาก!)
ค่าไฟโรงงานส่วนใหญ่เป็นแบบ TOU ซึ่งจะคิด "ค่าความต้องการพลังงานไฟฟ้าสูงสุด" (Peak Demand) ในช่วง On-Peak การที่พนักงานเปิดเครื่องจักรใหญ่ๆ พร้อมกันตอน 9 โมงเช้า จะทำให้กราฟค่าไฟพุ่งปรี๊ด
• ประโยชน์: ใช้ PLC ของ Siemens เขียนโปรแกรม (Interlock) ไว้เลยว่า ถ้ามอเตอร์ตัวที่ 1 (เช่น Chiller) กำลังสตาร์ท ห้ามตัวที่ 2 สตาร์ทพร้อมกัน ต้องหน่วงเวลา (Timer) รอกระแสตัวแรกนิ่งก่อน ค่อยให้ตัวที่ 2 ทำงาน วิธีนี้หั่นค่า Peak ในบิลค่าไฟได้มหาศาล

4. อุดรอยรั่วไฟแสงสว่างและแอร์ ด้วยเซนเซอร์
ไฟทางเดิน ไฟโกดัง หรือแอร์ในห้องที่คนเข้าออกไม่บ่อย มักจะถูกเปิดทิ้งไว้ ลำพังจะรอให้คนเดินไปปิดสวิตช์ก็มักจะลืม
• ระบบควบคุมแอร์ (Field-level): แทนที่จะเปิดทิ้งไว้ ลองใช้อุปกรณ์ตั้งเวลาอย่าง Timer Switch รุ่น TR 610 top3 (ตั้งเวลาดิจิทัล) หรือ SUL 184 FM (แบบอนาล็อก) มาคุมเวลาเปิดปิดแอร์ให้เป๊ะตามกะการทำงาน
• ระบบแสงสว่าง: สำหรับโกดังหรือจุดที่คนเดินผ่านไม่บ่อย ให้เสริมด้วย Motion Detector จับความเคลื่อนไหว อย่างรุ่น theLuxa S180 หรือ S360 WH สำหรับติดตั้งภายนอก และ theMova s360-100 สำหรับติดฝ้าเพดานภายใน จับความเคลื่อนไหวปุ๊บ สั่งไฟผ่านแมกเนติกคอนแทคเตอร์ให้ติดปั๊บ ไม่มีคนก็ดับไปเอง ประหยัดไฟได้ 100% ในช่วงที่ไม่มีคนอยู่

5. ทำรีพอร์ตอัตโนมัติ จบปัญหาเดินจดเลขมิเตอร์
ช่างไฟไม่ต้องเดินถือกระดาษไปจดเลขมิเตอร์ตามตู้ทุกวันศุกร์อีกต่อไป ระบบของ Siemens และ Carlo Gavazzi จะดึงข้อมูลทั้งหมดมาทำกราฟสรุปให้แบบเรียลไทม์
• ประโยชน์: ผู้บริหารเห็นปุ๊บรู้ปั๊บว่าเดือนนี้ค่าไฟต่อการผลิตสินค้า 1 ชิ้นอยู่ที่กี่บาท (Energy per Unit) ข้อมูลแม่นยำ เอาไปขอทำมาตรฐาน ISO 50001 ต่อได้เลย


สำหรับโรงงานที่ประหยัดค่าไฟฟ้าได้ ยังช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้อีกด้วย หวังว่าข้อมูลที่กล่าวมาจะเป็นประโยขน์ ช่วยทุกท่าน ประหยัดไฟในโรงงานของตนเองได้ อย่างยั่งยืน





ลงทะเบียนรับข่าวสาร

กรอกอีเมลเพื่อรับข่าวสาร โปรโมชั่น และกิจกรรมต่างๆ ของเราได้ที่นี่

fb twitter youtube youtube shopee lazada tiktok blockdit

เข้าสู่ระบบ

สมัครสมาชิก

ลืมรหัสผ่าน

สินค้าที่ต้องการเปรียบเทียบ

0